คดีที่ฟ้องต่อศาลปกครองไม่ได้

               โดยปกติ คดีที่เอกชนจะฟ้องต่อศาลปกครองนั้นได้แก่ คดีพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน เนื่องจาก
การกระทำทางปกครองหรือการใช้อำนาจทางปกครอง ซึ่งในระยะแรกที่ศาลปกครองกลางเพิ่งเปิดทำการ ประชาชนอาจจะยังไม่ทราบได้แน่ชัดว่า
เรื่องใดสามารถฟ้องต่อศาลปกครองได้ และเรื่องใดที่ฟ้องต่อศาลปกครองไม่ได้ ดังนั้น จึงมีคดีจำนวนหนึ่งที่ศาลปกครองกลาง ไม่อาจรับคำฟ้องไว้
พิจารณาได้แม้จะเป็นกรณีที่น่าเห็นใจสักเพียงใดก็ตาม  ซึ่งอาจสร้างความสงสัยและความคับข้องใจแก่ผู้ฟ้องคดีอยู่บ้าง คดีที่ศาลปกครองกลางได้มี
คำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณานั้น ได้แก่
                1. เรื่องที่ผู้ฟ้องคดีและผู้ถูกฟ้องคดีเป็นประชาชนด้วยกัน ทั้งนี้ เนื่องจากกรณีดังกล่าวไม่ใช่ข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานทางปกครองหรือ
เจ้าหน้าที่ของรัฐกับเอกชน   เช่น   กรณีที่ฟ้องว่าเอกชนอีกรายหนึ่งได้ละเมิดสิทธิของผู้ฟ้องคดี โดยการใช้ประโยชน์ในทางส่วนบุคคล(คดีหมายเลข
แดง ที่ ๗๖/๒๕๔๔) เป็นต้น
                2. เรื่องที่ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นรัฐวิสาหกิจที่ได้จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ทั้งนี้เนื่องจากกฎหมายไม่ถือว่าหน่วยงานเหล่า
นี้ เป็นหน่วยงานทางปกครอง เช่น ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) (คดีหมายเลขแดงที่ ๑/๒๕๔๔)  บริษัทท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่ง
ใหม่ จำกัด(คดีหมายเลขแดงที่ ๒๕/๒๕๔๔) และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (คดีหมายเลขแดงที่ ๔๔/๒๕๔๔) เป็นต้น
                3. เรื่องที่ผู้ถูกฟ้องคดีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ   แต่กระทำความเดือดร้อนหรือเสียหายแก่ผู้ฟ้องคดีโดยการกระทำส่วนตัวมิใช่เป็นการกระทำ
ในฐานะเป็น เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ใช้อำนาจทางปกครอง เช่น กรณีที่ฟ้องว่า พลทหารอาสาสมัครบุกรุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินในเคหะสถานของผู้ฟ้อง
คดี โดยมีสาเหตุเนื่องจากไม่พอใจกันเป็นการส่วนตัว (คดีหมายเลขแดงที่ ๘๕/๒๕๔๔) เป็นต้น
                4. เรื่องที่ข้อพิพาทเกิดจากสัญญาทั่วไป   มิใช่สัญญาทางปกครอง อันได้แก่ สัญญาสัมปทานสัญญาที่ให้จัดทำบริการสาธารณะ  หรือจัด
ให้มีสิ่งสาธารณูปโภค   หรือแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ    ดังนั้นแม้ว่าคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเป็นหน่วยงานทางปกครอง ก็ไม่อาจฟ้อง
คดียังศาลปกครองได้ เช่น  กรณีที่ฟ้องว่าการเคหะแห่งชาติในฐานะผู้ให้เช่าซื้ออาคารได้โอนกรรมสิทธิ์การเช่าซื้อของผู้เช่าซื้อเดิมไปให้ผู้เช่าซื้อใหม่
โดยไม่สุจริต  ทำให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งเป็นภรรยาของ  ผู้เช่าซื้อเดิมได้รับความเสียหาย  (คดีหมายเลขแดงที่ ๖๘/๒๕๔๔) กรณีที่ฟ้องว่ากรมป่าไม้ไม่คืน
เงินที่ผู้ฟ้องคดีได้ วางไว้เป็นหลักประกันการปฏิบัติตามสัญญาจ้าง ก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างประจำสถานีวิจัยสัตว์ป่าคลองแสงทั้งที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ตรวจ รับมอบงานและจ่ายเงินค่าก่อสร้างครบทุกงวดแล้ว(คดีหมายเลขแดงที่ ๖๙/๒๕๔๔) กรณีที่ฟ้องว่าวิทยาลัยการอาชีพขอนแก่น  ผิดสัญญากับผู้ฟ้อง
คดีเพราะยอมให้บุคคลอื่นเข้ามาทำธุรกิจขายสินค้าในลักษณะเช่นเดียวกับร้านค้าสวัสดิการ      ซึ่งผู้ฟ้องคดีได้เช่า ทำการค้าอยู่  (คดีหมายเลขแดงที่
๗๗/๒๕๔๔)       หรือกรณีที่ฟ้องว่า       เทศบาลเมืองหนองคายไม่ยอมชำระหนี้ค่าจ้างทำอาหารเลี้ยงรับรองในงานเลี้ยงของเทศบาลแก่ผู้ฟ้องคดี
(คดีหมายเลขแดงที่ ๘๖/๒๕๔๔) เป็นต้น
                5. เรื่องที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในอำนาจของศาลแพ่ง ศาลอาญา หรือศาลชำนาญพิเศษอื่นแล้ว เรื่องเช่นว่านี้จะไม่อยู่ในอำนาจของศาล
ปกครอง เช่น   กรณีที่ฟ้องว่า เจ้าหน้าที่บังคับคดี   ยึดและขายทอดตลาด ที่ดินตามคำพิพากษาของศาลจังหวัดทุ่งสงโดยมิชอบ กรณีนี้ศาลปกครอง
วินิจฉัยว่า ผู้ฟ้องคดีมีสิทธิยื่นคำร้อง คัดค้านการบังคับคดีดังกล่าวได้ที่ศาลจังหวัดทุ่งสง (คดีหมายเลขแดงที่ ๗๙/๒๕๔๔)   กรณีที่ฟ้องว่าผู้ฟ้อง
คดีแพ้คดีในศาลยุติธรรม    เนื่องจากผู้ฟ้องคดีไม่สามารถตรวจดูเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาคดีซึ่ง     ผู้ฟ้องคดี เห็นว่า ตนไม่ได้รับความเป็น
ธรรมจากการดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีแพ่งของศาลจังหวัดนครสวรรค์       กรณีนี้ ศาลปกครองวินิจฉัยว่า กรณีดังกล่าวเป็นปัญหาเกี่ยวกับการ
ดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแพ่งจึงอยู่ในอำนาจ พิจารณาพิพากษาของศาลยุติธรรม (คดีหมายเลขแดงที่ ๘๒/๒๕๔๔)  กรณีที่ฟ้องว่าผู้ฟ้องคดี ไม่
ได้ความเป็นธรรมเนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักงานประกันสังคมวินิจฉัยว่าบุตรของผู้ฟ้องคดีไม่ได้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ การงาน จึงทำให้ผู้ฟ้อง
คดีได้รับผลประโยชน์จากการประกันสังคมเพียงค่าปลงศพเท่านั้น กรณีนี้ศาลปกครองวินิจฉัยว่า เนื่องจากพระราชบัญญัติเงินทดแทน พ.ศ.๒๕๓๗
ได้บัญญัติให้ผู้ที่ไม่พอใจในเรื่องเงินค่าทดแทนมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลแรงงาน   กรณีดังกล่าวจึงอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลแรงงาน   (คดี
หมายเลขแดงที่ ๑๑๑/๒๕๔๔) หรือกรณีที่ฟ้องว่า กรุงเทพมหานครประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินไม่ถูกต้อง กรณีนี้ศาลปกครอง วินิจฉัยว่า กรณี
ดังกล่าวเป็นเรื่องคดีอุทธรณ์คำวินิจฉัยของเจ้าพนักงานตามกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรจึงอยู่ใน อำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลภาษีอากร(คดีหมาย
เลขแดงที่ ๑๑๕/๒๕๔๔) เป็นต้น
                6. เรื่องที่ขาดอายุความฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแล้วตั้งแต่ก่อนวันที่ 9 มีนาคม 2544 ซึ่งเป็นวันที่ ศาลปกครองเปิดทำการ เช่น กรณีของผู้
ฟ้องคดีซึ่งเป็น ข้าราชการตำรวจได้ถูกลงโทษไล่ออกจากราชการ จึงได้อุทธรณ์คำสั่งลงโทษต่อ คณะกรรมการข้าราชการตำรวจจนได้รับการลดโทษ
ลงเป็นการปลดออกจากราชการ   แต่ยังไม่พอใจผลการพิจารณาอุทธรณ์ดังกล่าว   ในกรณีเช่นนี้ผู้ฟ้องคดีก็จะต้องใช้สิทธิทางศาลฟ้องคดีต่อศาลที่ มี
อำนาจพิจารณาพิพากษา แต่เนื่องจากในขณะนั้นยังไม่มีการจัดตั้งศาลปกครอง    ผู้ฟ้องคดีจึงต้องฟ้องคดีต่อภายในอายุความหนึ่งปีนับแต่วันที่ผู้ฟ้อง
คดี ทราบผลการพิจารณาอุทธรณ์ตามที่บัญญัติไว้ใน มาตรา๔๔๘ วรรคหนึ่ง  แห่งประมวลกฎหมายศาลยุติธรรม แพ่งและพาณิชย์ ดังนั้นเมื่อผู้ฟ้อง
คดีไม่ได้ฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมจนคดีขาดอายุความศาลปกครองก็ย่อมไม่รับคำฟ้องนั้นไว้พิจารณา (คดีหมายเลขแดงที่ ๑๓๒/๒๕๔๔)
                7. เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการใดๆของพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการในการดำเนินกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ซึ่งถือว่า
ไม่ใช่เป็นการใช้อำนาจทางปกครอง หรือดำเนินกิจการทางปกครอง เช่น การออกหมายจับของพนักงานสอบสวน (คดีหมายเลขแดงที่ ๖๗/๒๕๔๔)    และคดีหมายเลขแดงที่ ๙๐/๒๕๔๔)การดำเนินการสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวน (คดีหมายเลขแดงที่ ๘๘/๒๕๔๔)หรือการดำเนินการ สั่งฟ้องหรือสั่งไม่ฟ้องผู้ต้องหาของพนักงานอัยการ (คดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๖/๒๕๔๔) เป็นต้น
                8. เรื่องที่ประสงค์จะขอให้ศาลปกครองลงโทษเจ้าหน้าที่ของรัฐในทางวินัย หรือทางอาญา  เพราะเจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย  ทั้งนี้
เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชาของผู้นั้น  หรือของเจ้าหน้าที่อื่นไม่ใช่อำนาจของศาลปกครองและการดำเนินการลงโทษดังกล่าวก็
ไม่มีผลเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนหรือความเสียหายของผู้ถูกฟ้องคดี เช่น กรณีที่ผู้ฟ้องคดี ขอให้ศาลปกครองลงโทษทางวินัยหรือทางอาญาแก่
่เจ้าพนักงานสรรพสามิตจังหวัดแพร่    (คดีหมายเลขแดงที่ ๖๕/๒๕๔๔)         หรือแก่เจ้าหน้าที่การรถไฟ แห่งประเทศไทย    (คดีหมายเลขแดงที่
๗๒/๒๕๔๔) หรือแก่อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร (คดีหมายเลขแดงที่ ๘๑/๒๕๔๔) เป็นต้น
                 9. เรื่องที่ความเดือดร้อนหรือเสียหายของผู้ฟ้องคดีได้หมดสิ้นไปแล้วในขณะที่มายื่นคำฟ้อง    หรือมีการได้แก้ไขเยียวยาความเดือดร้อน
หรือเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีแล้วก่อนที่ศาลจะมีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้พิจารณา   ทั้งนี้ เนื่องจากในขณะนั้นไม่มีความจำเป็นที่ศาลจะพิจารณาพิพากษา
ให้เสียแล้ว เช่น กรณีที่ฟ้องการรถไฟแห่งประเทศไทย ให้จ่ายเงินค่าทดแทนการเวนคืนที่ดินไว้แล้ว  แต่ก่อนที่ศาลปกครองจะพิจารณา พิพากษาคดี ผู้ฟ้องคดีได้รับเงินค่าทดแทนในส่วนที่มาฟ้องคดีไปเรียบร้อยแล้ว (คดีหมายเลขแดงที่๗๒/๒๕๔๔)    หรือกรณีที่ฟ้องว่านายอำเภอบางไทรละเลย ต่อหน้าที่ไม่ดำเนินการกับผู้ซึ่งทำการดูดทรายในแม่น้ำ จนเป็นเหตุให้ที่สาธารณประโยชน์และ ทางสาธารณะซึ่งติดกับวัดซึ่งผู้ฟ้องคดีเป็นเจ้าอาวาส
อยู่ได้รับความเสียหาย    แต่ก่อนที่ ศาลปกครองจะพิจารณาพิพากษาคดี    บุคคลดังกล่าวได้เลิกประกอบกิจการดูดทราย ไปแล้ว (คดีหมายเลขแดงที่
๘๐/๒๕๔๔)เป็นต้น
               10. เรื่องที่ผู้ฟ้องคดียังไม่ได้ใช้วิธีการแก้ไขเยียวยาที่กฎหมายกำหนดไว้   เช่น   ยังมิได้อุทธรณ์คำสั่งทางปกครองที่ตนไม่เห็นด้วยนั้นต่อ
เจ้าหน้าที่ผู้ออกคำสั่งหรือต่อเจ้าหน้าที่ตามที่กฎหมายบัญญัติ  กรณีเช่นนี้ศาลปกครองยังไม่อาจรับ คำฟ้องไว้พิจารณาได้      ทั้งนี้ เนื่องจากกฎหมาย
ต้องการให้ผู้ฟ้องคดีใช้วิธีการ แก้ไขเยียวยานั้นก่อนที่จะฟ้องคดีต่อศาลเช่น กรณีที่ผู้ฟ้องคดีไม่ได้อุทธรณ์หรือ โต้แย้งคำสั่งแต่อย่างใดเลย (คดีหมาย
เลขแดงที่ ๑๐๕/๒๕๔๔  คดีหมายเลขแดงที่ ๑๑๐/๒๕๔๔  คดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๙/๒๕๔๔   และคดีหมายเลขแดงที่ ๑๓๓/๒๕๔๔)   หรือ
กรณีที่ผู้ฟ้องคดีได้อุทธรณ์คำสั่งทางปกครองไปแล้ว แต่ไม่รอทราบผลการพิจารณาคำอุทธรณ์นั้นเสียก่อน กลับรีบมาฟ้องยังศาลปกครอง กรณีเช่นนี้
ศาลปกครองก็ไม่อาจรับคำฟ้องนั้นไว้พิจารณาได้เช่นกัน (คดีหมายเลขแดงที่ ๗๐/๒๕๔๔ และคดี หมายเลขแดงที่ ๗๑/๒๕๔๔) เป็นต้น
                11. เรื่องที่ฟ้องคณะกรรมการเลือกตั้ง ในเรื่องต่างๆ เช่น ฟ้องคดี เกี่ยวกับคำสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ (คดีหมายเลขแดงที่ ๑๔/๒๕๔๔) หรือฟ้องคดี เกี่ยวกับคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (คดีหมายเลขแดงที่ ๖๔/๒๕๔๔) เป็นต้น
                12. เรื่องที่ฟ้องเจ้าหน้าที่ที่ทำละเมิดในการปฏิบัติหน้าที่    เช่น ฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนจากอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรที่ออกคำสั่ง
เลื่อนตำแหน่งข้าราชการไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของกฏหมายเป็นเหตุให้ผู้ฟ้องคดีซึ่งดำรงตำแหน่งนักวิชาการเกษตร 7 ไม่ได้รับแต่งตั้งเป็นเกษตร
จังหวัดนั้น กฏหมายให้สิทธิแก่ผู้เสียหายที่จะฟ้องหน่วยงานของรัฐ    คือ    กรมส่งเสริมการเกษตร   แต่จะฟ้องเจ้าหน้าที่ คือ อธิบดีกรมส่งเสริมการ
เกษตรไม่ได้(คดีหมายเลขแดงที่ ๘๑/๒๕๔๔)
                13.เรื่องที่ฟ้องหน่วยงานของรัฐให้ทำการรับผิดชอบชดเชยค่าสินไหมทดแทน    จากการกระทำละเมิดที่เกิดจากการที่ข้าราชการหรือลูก
จ้างของหน่วยงานขับรถโดยประมาทเลินเล่อชนรถของเอกชนเสียหาย    หรือชนผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ     นั้นต้องฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรม  ไม่ใช่ศาล
ปกครองเนื่องจากศาลปกครองจะมีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีละเมิดได้    เฉพาะที่เกี่ยวกับการกระทำละเมิดที่เกิดจากการที่หน่วยงานทางปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ใช้อำนาจตามกฏหมายหรือจากกฏหรือคำสั่งหรือละเลยต่อหน้าที่ หรือการปฏิบัติหน้าที่ล้าช้าของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เท่านั้น               
                  จากตัวอย่างที่ได้กล่าวมาแล้ว     จะเห็นได้ว่า    ผู้ฟ้องคดีมักจะเข้าใจผิดว่าหากจะฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานทางปกครอง เช่น
กระทรวง ทบวง  กรม  เทศบาล    สุขาภิบาลองค์การบริหารส่วนตำบล รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ   จะต้องมายื่นฟ้องยังศาลปกครองแต่
แท้ที่จริงแล้ว มิได้เป็นเช่นนั้นเสมอไป เรื่องบางเรื่องอาจต้องฟ้องต่อศาลยุติธรรมเช่นเดิม และบางเรื่องผู้ฟ้องคดีจำเป็นต้อง    ใช้วิธีการแก้ไขเยียวยา
ความเดือดร้อนหรือเสียหายของตนให้ครบขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดเสียก่อนจึงจะมาฟ้องคดีได้   อย่างไรก็ตามหากศาลปกครองได้พิจารณาคำฟ้อง
ใดแล้ว เห็นว่า ไม่อาจรับไว้พิจารณาพิพากษาให้ได้ ก็จะรีบแจ้งคำสั่งไม่รับคำฟ้อง ไว้พิจารณาให้ผู้ฟ้องคดีทราบ พร้อมแสดงเหตุผลโดยชัดแจ้ง เพื่อ
ที่ผู้ฟ้องคดีจะได้ ไปดำเนินการในทางอื่นต่อไป