ถาม - ตอบ


คำถามที่ 15

ปัญหาการใช้ "รักษาราชการแทน" และ "รักษาการในตำแหน่ง" ถามว่าในกรณีที่มีผอ.รร. แต่มีตำแหน่ง รอง ผอ.รร. ว่างอยู่ด้วย ควรจะให้ใช้อันไหนจึงถูกต้อง หรือจะใช้ได้ทั้งสอง เนื่องจากมีกฎหมาย 2 ตัวที่ให้ใช้ ซึ่งมีนักกฎหมายตีความว่า เมื่อมีตำแหน่งรอง ผอ.รร. ว่าง ก็ตั้งรักษาการในตำแหน่งได้ด้วย ซึ่งความจริงแล้วเมื่อมีตำแหน่ง ผอ.รร. อยู่ก็สามารถตั้งรักษาราชการแทนได้อยู่แล้ว งงจังว่าทำได้พร้อมกันเลยหรือ
คำตอบ

คำถามดูงง ๆ แต่ขอตอบว่า
-การแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษาอีกตำแหน่งหนึ่ง เป็นไป
ตามมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษา พ.ศ.2546 ดังนั้นจึงต้องใช้คำว่า"รักษาราชการแทน" เท่านั้น
-ส่วนการแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษาอีกตำแหน่งหนึ่ง
เป็นไปตามมาตรา 68 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ดังนั้นจึงต้องใช้คำว่า"รักษา
การในตำแหน่ง" เท่านั้น


คำถามที่ 14

ผอ.สพท.มีอำนาจอนุญาตการลาป่วยของข้าราชการในสถานศึกษาในสังกัด ที่ลาเกินกว่า 120 วัน ได้หรือไม่
คำตอบ
ผอ.สพท. มีอำนาจอนุญาตการลาป่วยของข้าราชการในสถานศึกษาในสังกัด ที่ลาเกินกว่า 120 วัน ได้ โดยพิจารณา
จากมาตรา 10 ประกอบกับมาตรา 29 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ.2546 ที่กำหนดให้
เลขาธิการ กพฐ. มีฐานะเทียบเท่าปลัดกระทรวง และตามตารางหมายเลข 3 แนบท้ายระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ
พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ที่กำหนดให้ปลัดกระทรวงมีอำนาจอนุญาตการลาป่วยของข้าราชการในสถานศึกษา
ได้ตามที่เห็นสมควร ประกอบกับคำสั่ง สพฐ. ที่ 7/2546 สั่ง ณ วันที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ.2546 ที่มอบอำนาจตามระเบียบ
ว่าด้วยการลาของข้าราชการให้แก่ ผอ.สพท.


คำถามที่ 13
ดิฉันขอเรียนถามเรื่องการแต่งเครื่องแบบข้าราชการครู ตามกฎหมายปัจจุบัน(ณ วันที่ 24 พ.ย.51) จะต้องปฏิบัติอย่างไร จึงจะถูกต้องเป็นไปตามระเบียบและกฎหมายที่อ้างอิงได้ (ผู้บังคับบัญชาถาม แต่ไม่สามารถตอบได้ค่ะ) ขอความกรุณา
อ้างอิงกฎหมาย หรือระเบียบให้ทราบด้วยค่ะ
คำตอบ
-ขอให้ดูมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ซึ่งกำหนดไว้ว่า " บรรดาคำว่า ข้าราชการพลเรือน ที่มีอยู่ในกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ และข้อบังคับอื่นใด ให้หมายความรวมถึงข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษาด้วย เว้นแต่จะได้มีกฎหมาย ประกาศ ระเบียบ หรือข้อบังคับอื่นใดที่บัญญัติไว้สำหรับข้าราชการครู
และบุคลากรทางการศึกษาโดยเฉพาะ"
-ซึ่งเรื่องเครื่องแบบข้าราชการ ไม่พบว่ามีกฎหมาย และ กฎ ที่บัญญัติไว้สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
โดยเฉพาะ ดังนั้นจึงต้องใช้ของข้าราชการพลเรือน สำหรับกฎหมาย และกฎที่เกี่ยวข้องกับเครื่องแบบข้าราชการพลเรือน มีรายละเอียดมากขอให้ศึกษาจาก link ข้างนี้
     พ.ร.บ.เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช 2478
     กฎสำนักนายกรัฐมนตรี(ฉบับที่71)พ.ศ.2523 ออกตามความใน พ.ร.บ.เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน 2478
     กฎสำนักนายกรัฐมนตรี(ฉบับที่81)พ.ศ.2536 ออกตามความใน พ.ร.บ.เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน 2478
     กฎสำนักนายกรัฐมนตรี(ฉบับที่90)พ.ศ.2544 ออกตามความใน พ.ร.บ.เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน 2478
     กฎสำนักนายกรัฐมนตรี(ฉบับที่91)พ.ศ.2546 ออกตามความใน พ.ร.บ.เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน 2478
     กฎสำนักนายกรัฐมนตรี(ฉบับที่92)พ.ศ.2547 ออกตามความใน พ.ร.บ.เครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน 2478


คำถามที่ 12
กรมสรรพากรมีคำสั่งอายัดเงินประกันสัญญาที่ผู้รับจ้างนำมาวางไว้กับทางโรงเรียน ตามสัญญาจ้างก่อสร้าง
โรงเรียนจะต้องปฏิบัติอย่างไร
คำตอบ
โรงเรียนต้องส่งเงินประกันสัญญาดังกล่าวให้แก่กรมสรรพากรครับ เพราะกรมสรรพากรมีฐานะเป็นเจ้าหนี้
บุริมสิทธิ ซึ่งปัญหานี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยวินิจฉัยไว้แล้ว ตามเรื่องเสร็จที่ 256/2550
(ดูรายละเอียด)


คำถามที่ 11

จะจัดให้ข้าราชการครูสตรีปฏิบัติหน้าที่เวรกลางคืนได้หรือไม่
คำตอบ
โดยปกติไม่ได้ครับ ตามข้อ 7 ของหลักเกณฑ์การอยู่เวรรักษาการณ์ แนบท้ายหนังสือสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ที่ นร
0206/ว 107 ลงวันที่ 8 กรกฎาคม 2542(ดูรายละเอียด)


คำถามที่ 10

ขอถามเรื่องการลา เพราะว่าครูที่เป็นฝ่ายบุคลากรเดิมเค้าย้ายไปแล้วค่ะ แล้วบางอย่างครูที่ ร.ร. เค้าก็ลืมไปแล้ว ถามง่าย ๆ
แค่ว่าถ้าลาป่วยต่อเนื่อง เช่น ลาวันศุกร์และวันจันทร์ ถือว่าเป็นการลาป่วย 1 ครั้ง 2 วัน ใช่มั้ยค่ะ (ไม่นับเสาร์-อาทิตย์) ข้อนี้
ผู้ใหญ่เค้าเถียงกันน่ะค่ะ ดิฉันก็เลยอยากถามให้แน่ใจ จะได้ มีข้อมูลไปอธิบาย เพราะว่าดูจากระเบียบการลาก็น่าจะเป็นอย่างนั้น
คำตอบ
ความเข้าใจของอาจารย์ถูกต้องแล้วครับ และขอให้ดูหนังสือตอบข้อหารือของ สำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับนี้ ประกอบ จะทำให้
เกิดความ เข้าใจเกี่ยวกับการนับวันลามากขึ้นครับ


คำถามที่ 9
ใครมีอำนาจในการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทางละเมิด
คำตอบ
-ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจก่อนว่า  คำว่า"การสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทางละเมิด" กับคำว่า "การสอบข้อเท็จจริงความรับผิด
ทางละเมิด"
มีความหมายแตกต่างกัน ซึ่งความแตกต่างกันดังกล่าวนี้สามารถศึกษาได้จากระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย
หลักเกณฑ์การปฏิบัติเกี่ยวกับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 มาตรา 8(ดูรายละเอียด)  และหนังสือตอบข้อ
หารือของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ นร 0601/186 ลงวันที่ 5 มีนาคม 2541(ดูรายละเอียด)
-หลังจากศึกษาความแตกต่างแล้ว ก็คงทราบด้วยว่าการแต่งตั้งคณะกรรมการทั้งสองกรณีเป็นอำนาจของ สพฐ. ซึ่ง สพฐ.ได้
มอบอำนาจการแต่งตั้งคณะกรรมการทั้งสองกรณีไว้ดังนี้
 1.อำนาจการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นทางละเมิด มอบอำนาจให้ทั้ง ผอ.สพท.และผอ.สถานศึกษา โดยให้
มีอำนาจดำเนินการเมื่อเกิดความเสียหายขึ้นในหน่วยงานของตนเอง ตามคำสั่ง สพฐ. ที่ 2864/2547 สั่ง ณ วันที่ 16 ก.ย.47
(ดูรายละเอียด)
 2.อำนาจการแต่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงความรับผิดทางละเมิด มอบอำนาจให้เฉพาะ ผอ.สพท. ตามคำสั่ง สพฐ.
ที่ 887/2547 สั่ง ณ วันที่ 25 ก.พ.47(ดูรายละเอียด)


คำถามที่ 8
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจดำเนินการเกี่ยวกับการจัดซื้อ จ้ดจ้าง แทนสถานศึกษาได้หรือไม่
คำตอบ
ตามคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 22/2546 สั่ง ณ วันที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ.2546 เรื่องมอบอำนาจ
เกี่ยวกับการพัสดุ (ดูรายละเอียด) ได้มอบอำนาจการดำเนินการ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้าง..ฯ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบ
สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม  ให้แก่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เฉพาะในส่วน
ของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเท่านั้น สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจึงไม่มีอำนาจที่จะไปดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง..ฯ ใน
ส่วนของสถานศึกษา


คำถามที่ 7
1.การลงเวลาปฏิบัติราชการด้วยการพิมพ์ลายนิ้วมือ แทนการลงลายมือชื่อซึ่งเคยปฏิบัติมาแต่เดิม สามารถใช้ได้หรือไม่ และอยู่
ในระเบียบปฏิบัติของราชการหรือไม่
2.ถ้าลายนิ้วมือที่เก็บไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ถูกขโมยออกไปใช้ทำให้เกิดความเสียหายทั้งทางอาญาและทางแพ่งรวมทั้งชื่อ
เสียง จะสามารถฟ้องร้องให้คณะผู้บริหารรับผิดชอบแทนเจ้าของลายนิ้วมือที่ถูกละเมิดได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้จะมีวิธีปฏิบัติอย่างไร
คำตอบ
1.สามารถทำได้ ตามระเบียบว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ 11 ซึ่งกำหนดไว้ดังนี้
        "เพื่อควบคุมให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ให้ส่วนราชการจัดทำบัญชีลงเวลาการปฏิบัติราชการของข้าราชการในสังกัด โดยมี
สาระสำคัญตามตัวอย่างท้ายระเบียบนี้หรือจะใช้เครื่องบันทึกเวลาการปฏิบัติราชการแทนก็ได้
          ในกรณีจำเป็น หัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าส่วนราชการขึ้นตรง จะกำหนดวิธีลงเวลาปฏิบัติราชการ หรือวิธีควบคุม
การปฏิบัติราชการของข้าราชการ   ที่มีการปฏิบัติราชการในลักษณะพิเศษเป็นอย่างอื่นตามที่เห็นสมควรก็ได้ แต่ทั้งนี้จะต้องมี
หลักฐานให้สามารถตรวจสอบวัน เวลาการปฏิบัติราชการได้ด้วย"
2.ไม่ว่าจะเป็น  "ลายนิ้วมือ" หรือ "ลายมือชื่อ"   ก็อาจจะมีคนแอบนำไปใช้ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่เจ้าของ "ลายนิ้วมือ"หรือ
"ลายมือชื่อ"ได้เช่นเดียวกัน  ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากกรณีดังกล่าว  สามารถที่จะดำเนินคดีแพ่ง คดีอาญา หรือดำเนินการทาง
วินัย(ถ้าผู้กระทำเป็นข้าราชการ)กับผู้กระทำดังกล่าวได้
a


คำถามที่ 6
โรงเรียนเอกชน ในสังกัด สพท.เขตหนึ่ง รายงานตัวเลขนักเรียน เพื่อขอรับเงินอุดหนุนจากทางราชการ ผิดพลาด
เกินความเป็นจริง โดยไม่มีเจตนาทุจริต ซึ่งโรงเรียนจะต้องนำเงินอุดหนุนที่รับเกินไป  มาคืน
ให้แก่ทางราชการ
ถ้าโรงเรียนจะขอผ่อนชำระเงินที่รับเกินไป จะกระทำได้หรือไม่ ตามระเบียบกฎหมายใด
คำตอบ
ขณะนี้กระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์ในการผ่อนชำระเงินคืนให้แก่ทางราชการ ไว้ 3 กรณี คือ
กรณีผิดสัญญาลาศึกษาต่อ ดูที่นี่  กรณีการผ่อนชำระหนี้ของเจ้าหน้าที่ ดูที่นี่ และกรณีการผ่อนชำระหนี้ของเจ้าหน้าที่ของรัฐ
หรือทายาทที่รับเงินเกินสิทธิหรือรับเงินไปโดยไม่มีสิทธิ ดูที่นี่ ส่วนกรณีที่ถามไม่ปรากฏว่ากระทรวงการคลังได้วางหลักเกณฑ์
ไว้ ดังนั้น จึงควรนำเรื่องที่โรงเรียนขอผ่อนชำระส่งไปให้กระทรวงการคลังพิจารณา
a


คำถามที่ 5
ลูกจ้างประจำในสังกัด สพท. ถูกผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษไล่ออก เนื่องกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ต่อมาลูกจ้างประจำ
ได้ยืนหนังสืออุทธรณ์คำสั่งลงโทษ   อยากทราบว่าหลังจาก พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา
พ.ศ.2547  มีผลใช้บังคับ ใครจะเป็นผู้พิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้างประจำ
คำตอบ
กระทรวงการคลังได้
กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับวินัยลูกจ้างประจำแยกไว้โดยเฉพาะ  ในระเบียบกระทรวงการคลัง
ว่าด้วยลูกจ้างประจำของส่วนราชการ พ.ศ.2537 ซึ่งในส่วนที่เกี่ยวกับการอุทธรณ์ ปรากฏอยู่ในข้อ 64  ดังนี้
      "ข้อ 64 ลูกจ้างประจำผู้ใดถูกสั่งลงโทษตามระเบียบนี้ ให้ผู้นั้นมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายในสามสิบวันนับแต่วัน
ทราบคำสั่ง
       การอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด
       ในกรณีที่สั่งให้ผู้อุทธรณ์กลับเข้าปฏิบัติราชการ ให้นำข้อ 55 มาใช้บังคับโดยอนุโลม"
และต่อมากระทรวงการคลังก็ได้กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ตามข้อ 64 นี้ ไว้ในหนังสือกระทรวงการคลัง
ที่ กค 0527.6/ว.50 ลงวันที่ 26 พฤษภาคม 2541 ดูได้ที่นี่ ดังนั้น พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการ
ศึกษา พ.ศ.2547 จึงไม่มีผลเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์การอุทธรณ์และการพิจารณาอุทธรณ์ของลูกจ้างประจำแต่อย่างใด

คำถามที่4
ข้าราชการครู ตำแหน่งอาจารย์ 2 โรงเรียนในสังกัด สพท. ถูกกรมสามัญศึกษาสั่งพักราชการเนื่องจากถูกฟ้องคดีอาญา
เมื่อครั้งที่ยังสังกัดกรมสามัญศึกษา ภายหลัง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ประกาศใช้
บังคับ ปรากฏว่าคดีอาญาถึงที่สุด โดยศาลพิพากษาให้ยกฟ้อง ขอทราบว่าผู้ใดเป็นผู้มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูดังกล่าว
กลับเข้ารับราชการ
คำตอบ
ผู้ที่มีอำนาจสั่งให้ข้าราชการครูดังกล่าวกลับเข้ารับราชการ คือ ผอ.สพท. ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ 0206.2/ว3
ลว. 9 ก.พ.2548 ดูรายละเอียดหนังสือดังกล่าวได้ที่นี่ ครับ

คำถามที่ 3
อยากทราบว่าตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาที่ถูกต้องเรียกว่าอย่างไร
คำตอบ
เรื่องนี้ ก.ค.ศ. เคยตอบข้อหารือไว้แล้ว โดยให้ใข้ว่า "ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียน..........".
ดูหนังสือตอบข้อหารือได้ที่นี่ ครับ

คำถามที่ 2
1. ข้าราชการถูกศาลตัดสินให้เป็นบุคคลล้มละลาย ต้องถูกออกจากราชการหรือไม่
2. การถูกออกจากราชการมีกรณีใดบ้าง และมีกรณียกเว้นหรือไม่
3. หากข้าราชการถูกฟ้องล้มละลายแล้วมีทางใดบ้างที่ข้าราชการผู้นั้นจะยังคงสถานภาพเป็นข้าราชการต่อไปได้อีก
4. หากข้าราชการถูกฟ้องล้มละลายและถูกให้ออกจากราชการ ข้าราชการผู้นั้นจะยังคงได้รับเงินบำเหน็จบำนาญหรือไม่
5. ถ้าข้าราชการผู้นั้นถูกออกจากราชการ แล้วจะกลับมาเป็นลูกจ้างชั่วคราวของหน่วยงานราชการนั้นได้อีกหรือไม่
6. หากสามารถกลับเข้ามาเป็นลูกจ้างชั่วคราวได้และเมื่อได้รับเงินค่าจ้าง ฝ่ายเจ้าหนี้จะมาเรียกร้องโดยให้ต้นสังกัดหักเงิน
ส่วนนี้ได้หรือไม่
7. เมื่อข้าราชการเดือดร้อน ทางหน่วยงานต้นสังกัดมีช่องทางในการให้ความช่วยเหลือบ้างหรือไม่ กรุณาช่วยแนะนำให้บ้าง
หรือหาทางออกที่เหมาะสมให้ด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง
คำตอบ
1.ข้าราชการที่ถูกพิพากษาให้ล้มละลาย จะต้องถูกสั่งให้ออกจากราชการ เนื่องจากขาดคุณสมบัติในการเป็นข้าราชการ
ตามมาตรา 30(9) และ 49 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
(ตามกฎหมายใหม่นะครับ) แต่ถ้าสามารถประนอมหนี้ หรือศาลพิพากษาให้เพิกถอนการล้มละลายก่อนที่จะถูกสั่ง
ให้ออกจากราชการ ก็ไม่มีเหตุที่ผู้บังคับบัญชาจะสั่งให้ออกจากราชการได้อีก
ลองศึกษาจากหนังสือเวียนฉบับนี้ ดูครับ
2.มีหลายกรณีครับ ดู มาตรา 107 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547
สำหรับตัวพระราชบัญญัติก็ดูได้ที่นี่ ครับ แต่ net ต้องแรงหน่อย เพราะไฟล์ใหญ่มาก
3.คำตอบอยู่ในข้อ 1. ครับ
4.เงินรายได้ทุกอย่าง ต้องส่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ครับ แต่เขาก็จะแบ่งให้คุณไว้ใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ที่เหลือให้เจ้าหนี้
5.ถ้ามีคุณสมบัติครบถ้วนในการเป็นลูกจ้างชั่วคราวเมื่อไร ก็มีสิทธิสมัครได้ เช่นคนอื่นๆ ครับ
6.ถ้ายังล้มละลายอยู่ ไม่สามารถกลับมารับราชการได้
7.ถ้าความเดือดร้อนเกิดจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยชอบ ทางราชการต้องช่วยเหลือแน่ครับ แต่ถ้าความเดือดร้อน
ของคุณหมายถึงการล้มละลาย ทางราชการไม่อาจเข้าไปช่วยเหลือได้ เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว สำหรับคำแนะนำ
กรณีถูกศาลหรือจะถูกศาลพิพากษาล้มละลายคือ รีบหาทางประนอมหนี้
คำตอบข้างต้น เป็นเพียงคำตอบหลักๆ นะครับ

คำถามที่ 1
ดิฉันเป็นข้าราชการครู และได้ลาศึกษาต่อในระดับปริญญาโทเป็นเวลา ๒ ปี ๖ เดือน และกลับเข้าทำงานได้ประมาณ ๒ ปีแล้วค่ะ
ในปีนี้ดิฉันสอบเข้าเรียนต่อในระดับปริญญาเอกได้ แต่ผู้อำนวยการโรงเรียนไม่อนุญาตให้ดิฉันลาศึกษาต่อ ทำให้ดิฉันตัดสินใจ
ที่จะลาออกจากราชการ ดิฉันต้องชดใช้เงินตามสัญญาที่ทำไว้ แต่เนื่องด้วยดิฉันลาออกเพื่อไปศึกษาต่อ และไม่มีรายได้ใดๆ
ในขณะที่ศึกษา ในกรณีนี้ดิฉันสามารถผลัดผ่อนการชำระเงิน โดยจะขอชำระหลังจากที่ดิฉันเรียนสำเร็จ คือประมาณ ๓ ปี
หลังจากที่ลาออกจากราชการ จะทำได้ใหมคะ ขอความกรุณาตอบด้วยนะคะ อยากทราบข้อมูลมาก
คำตอบ
ผู้ผิดสัญญาลาศึกษาต่อ สามารถขอผ่อนชำระหนี้ได้ ตามหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง สามารถเข้าไปดูที่หน้านี้ ครับ 
มีหนังสือเวียนของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับเรื่องนี้
ส่วนที่ขอพักชำระหนี้ 3 ปี นั้น ไม่สามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีอยู่ในหลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลัง

:: กลุ่มวิจัยพัฒนากฎหมายคดีความและนิติการ ::
สำนักพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและนิติการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
โทร. 0 2282 9642 โทรสาร 0 22829642
email :: kormor47@yahoo.com ; kormor47@hotmail.com